๑๕
ระรินดาวมองชายหนุ่มที่นั่งหลับตาอยู่ที่เบาะหลัง ขาของเขาเหยียดยาวไปยังช่องว่างข้างหน้า เขายังอยู่ในคราบของชายชาวตะวันตก ที่ศีรษะยังมีเลือดซึม ระรินดาวจำเขาได้พอๆ กับจำสาวน้อย ที่ยืนอยู่ข้างรถอีกด้านนั่นได้ด้วย แม้ว่าเจ้าหล่อนจะซ่อนตัวอยู่ในคราบของหนุ่มน้อยที่นุ่งกางเกงยีนส์เสื้อเชิ้ตมีผ้าโพกหัวเหมือนอย่างที่เห็นผู้ชายแถบนี้แต่งกันทั่วไป แต่ท่าทางของเธอไม่ดีนัก เมื่อครู่คงถูกอาคินขู่อะไรสักอย่าง นายอาคินนี่เวลาโกรธก็น่ากลัวไม่น้อย ที่เธอได้ยินเมื่อครู่ แม้อากาศจะร้อนระอุยังหนาวแทนแม่สาวนี่เลย ความจริงแล้วชายตรงหน้าก็ใช่ว่าจะมีอาการหนักนักในความรู้สึกของระรินดาว ฟันจาร์เสียอีกที่อาการน่าเป็นห่วงมากกว่า แต่จากท่าทางของอาคิน ออกจะวิตกกังวลกับชายหนุ่มคนนี้ เขาคงจะมีความสำคัญต่ออาคินมากทีเดียว ใช่มากเธอจำได้แล้ว มันก็มากพอที่จะยิงเธอตอนที่เธอเอาปืนจ่อหัวคนผู้นี้นั้นแหละ
อาการของคุณเป็นไงบ้าง
นัยน์ตาที่คลุมด้วยขนตาดกดำลืมขึ้น แล้วริมฝีปากหนาก็แย้มเล็กน้อยตอบว่า
ผมสบายดี ขอบคุณที่เป็นห่วง
ระรินดาวยิ้มน้อยๆ อธิบายว่า
ฉันหมายถึงอาการก่อนหน้านั้น
ดีใจที่เราได้เจอกันอีก
เขาตอบไปเสียทางนั้น ระรินดาวเลยกวาดสายตามองเขาพูดตรงๆว่า
แต่จากการพบกันครั้งที่แล้ว ฉันคิดว่าคุณพักผ่อนมากกว่านี้นะ แต่ท่าทางพวกคุณจะรีบร้อนเดินทาง
ริมฝีปากนั้นคลี่ยิ้มกว้าง เมื่อเพยิดหน้าไปนอกรถพูดด้วยน้ำเสียงสนุก ราวกับไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลยว่า
บอกหัวหน้าผมสิ ผมทำตามคำสั่งเขา
ระรินดาวเม้มปากเล็กน้อยความรู้สึกของเธอนั้น ดูเหมือนทุกคนแม้กระทั่งคนเจ็บนี่ก็พูดอะไรให้เธอเข้าใจมากไปกว่านี้ไม่ได้เลย มีอะไรก็มักจะโยนไปที่อาคินเสมอ แล้วหน้าเครียดๆ อย่างนั้นนะเหรอ จะให้เธอไปถาม ประเดี๋ยวก็ตอบง่ายๆ อย่างผมไม่รู้ ให้เธอโมโหเขาอีกเท่านั้นเอง แต่เมื่อหันกลับไปยังทางรถที่คว่ำท่ามกลางเปลวแดด อาคินเดินนำหน้าร่างของฟันจาร์ที่ถูกชายสองคนหามตามมา
เธอมองตามร่างที่ถูกหามไปนั่งที่เก้าอี้ข้างคนขับ เมื่อปรับเบาะเล็กน้อย ร่างเล็กของหมอฟันจาร์ก็ดูจะเหมาะเหม็งที่ได้นั่งตรงนั้น ความจริงแล้วเธอคิดว่าน่าจะให้ฟันจาร์นั่งตอนหลังแทนที่ชายหนุ่มหัวแตกคนนี้เพื่อเขาจะได้เหยียดขายกสูงสักนิดได้สะดวก แต่เมื่อลูกน้องคนหนึ่งของอาคินเข้าไปนั่งตัวลีบที่ด้านหลังสุด และแม่สาวน้อยนั่นก็เปิดประตูเข้ามานั่งข้างคนเจ็บอีกด้านระรินดาวจึงเฉยเสีย มองอาคินที่เดินอ้อมมาทางด้านคนขับที่เธอเองยืนอยู่
อาคินยังหน้าเครียด ฟันจาร์กระดูกข้อเท้าหักแทงทะลุเรื่องอย่างนี้ไม่ควรเกิดเพราะแผนงานได้ระบุตัวคนเอาไว้อย่างเรียบร้อย หากเจ้าชายมิคาอิลไม่ได้บาดเจ็บ มันก็คงจะง่ายที่จะให้เดินทางไปกับใครก็ได้ แต่เขาต้องการหมอที่ติดตามพระองค์ตลอดทาง และก็ไม่ใช่หมอไหนก็ได้ ต้องเป็นหมอที่ไว้ใจได้ด้วย มาเกิดเหตุเช่นนี้ การเดินทางของเจ้าชายอาจจะต้องล่าช้าออกไป และนั่นมันทำให้ทุกอย่างที่วางเอาไว้ต้องเปลี่ยนแปลงไปอีก
จะให้ฉันยิงไหล่ข้างไหนเพื่อเอาคนเจ็บเข้าโรงพยาบาลไหม?
อาคินชะงักมองหน้าคนถาม เขาคิดว่าเธอแดกดันเขา แต่แววตานิ่งๆที่มองตอบมาทำให้เขาไม่แน่ใจว่าตัวเองจะอคติกับเธอหรือเปล่า ให้ตายเขาไม่น่าจะเป็นคนแบบนี้เลย ทั้งนี้ทั้งนั้นเพราะความคิดของเขายังไม่ตกผลึกต่อสิ่งที่คิดเอาไว้กับเธอนั่นเอง แล้วอาคินก็เผลอถอนหายในก่อนจะถามว่า
ต้องถึงขั้นนั้นเหรอ?
ระรินดาวเพยิดหน้าไปยังฟันจาร์
กระดูกแทงทะลุแม้จะเล็กน้อย แต่คงเสียเลือด และติดเชื้อได้ง่าย ฉันแค่หาผ้าพันและบอกให้คนของคุณดามเอาไว้ง่ายๆเท่านั้นเอง
อาคินพยักหน้าเหมือนรับรู้ สั่งเสียงราบเรียบเหมือนไม่สนใจก่อนจะหันไปเปิดประตูคนขับว่า
ขึ้นรถเถอะ
ระรินดาวเม้มปาก แล้วก็ยักไหล่กับท่าทีที่เขาทำราวกับเธอเป็นลูกน้อง ความขุ่นใจนิดๆทำให้หญิงสาวนิ่งเงียบเมื่อเปิดประตูเข้าไปนั่งข้างคนเจ็บ ในเมื่อเขาไม่ได้ไว้ใจที่จะบอกเล่าเรื่องของเขาให้เธอฟัง ก็เอาไปแค่นั้นเถอะกับน้ำใจที่ให้ต่อกัน
เส้นทางที่รถขับไปมีแต่ภูเขาหินที่โผล่ผุดขึ้นท่ามกลางที่ราบแห้งแล้ง ระรินดาวมองฝุ่นทรายบางเบาที่ถูกลมพัดหมุนขึ้นเป็นบางช่วง แล้วก็ลอบถอนหายใจอย่างอึดอัด มันก็คงจะมองเพลินตาอยู่หรอก หากมันไม่เงียบเสียจนน่าเบื่อขนาดนี้
เปิดเพลงฟังได้ไหม? เธอถามขึ้นดื้อๆ
ร่างคนเจ็บที่นั่งอยู่เคียงข้างเธอ เหมือนจะเผยอยิ้มเล็กน้อย ก่อนดวงตาจะลืมขึ้น
ผมร้องให้ฟังเอาไหม?
ก็ได้ แต่ถ้าไม่ไหว ฉันบอกหยุดคุณก็ต้องหยุดนะ
ระรินดาวแกล้งพูดติดตลก คนเจ็บมองหน้าเธอแล้วก็หัวเราะหึในลำคอ ก่อนจะเปล่งเสียงทุ้มแผ่วเบาขึ้น มันเป็นภาษาอารบิคที่ระรินดาวไม่เข้าใจแม้แต่น้อย แต่ท่วงทำนองนั้นน่าฟังทีเดียว แต่เขาร้องไปไม่นานก็หยุด พูดด้วยน้ำเสียงสนุกสนานเช่นเดิมว่า
ให้อาคินร้องต่อแล้วกัน
ระรินดาวยักไหล่ ชายคนนี้แม้จะบาดเจ็บแต่จิตใจแข็งแกร่งนัก และที่แน่ๆ แม้เขาจะพูดราวกับตัวเองเป็นลูกนัองของอาคิน แต่ท่าทางไม่ได้เกรงกลัวอาคินอย่างคนอื่นๆ เธอจึงอดไม่ได้ที่จะมองเขาอย่างสำรวจอีกครั้ง แล้วความทรงจำเกี่ยวกับผู้ชายวาซิโดเนีย หวนกลับมาให้เธอเปรียบเทียบ แม้จะบาดเจ็บแค่ไหน แต่อารมณ์ขันนั้นยังมีให้เห็น
มองอย่างนี้ เดี๋ยวผมก็คิดว่าคุณจะขอผมแต่งงานเท่านั้นเอง
คราวนี้ระรินดาวหัวเราะออกมาอย่างขำจริงๆ
คุณทำให้ฉันคิดถึงผู้ชายคนหนึ่ง บาดเจ็บสาหัสแต่ลืมตาขึ้นมา ก็หาว่าฉันขอเขาแต่งงานเลย
ระรินดาวไม่รู้ว่าคำพูดของเธอ ทำให้อาคินกลั้นใจฟังแค่ไหน พอๆ กับเจ้าชายมิคาอิลที่แทบจะกลั้นใจถามเหมือนกันว่า
เขาชื่ออะไร ตกลงกับคุณไหม?
ระรินดาวสั่นหน้าอย่างไม่สนใจย้อนถามว่า
มันหมายความว่ายังไง ที่คุณร้องเมื่อครู่
สายพระเนตรเจ้าชายมิคาอิลสบกับอาคินที่กระจกส่องหลังแวบหนึ่ง ก่อนที่เจ้าชายจะรับสั่งว่า
ก็ไม่มีอะไร เป็นความรักของชายหนุ่มที่ร้องฝากสายลมแสงแดดถึงผู้หญิงที่เขารัก แม้ร่างจะถูกฝังในผืนทรายหัวใจเขาก็ยังร่ำร้องหาเธอ
น่าสงสาร ท่าทางจะร้อนแย่เลยนะนั่น ถูกฝังอยู่พื้นทรายอย่างนั้น
แม้ปากจะพูดน่าสงสาร แต่ความหมายนั้นมันตรงกันข้าม และคนฟังก็รับรู้ถึงอารมณ์นั้นทีเดียว
ผมดีใจนะ ที่คุณเดินทางมากับเรา
บอกตรงๆ ฉันไม่ดีใจนักหรอก นับวันเวลาอยู่เลยว่าเมื่อไหร่จะผ่านพ้นมันไปเสียที
ระรินดาวพูดอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมาทีเดียว แต่ก็ไม่นึกจะได้ยินเสียงตอบอย่างอ่อนโยนว่า
มองหาความงดงามจากทะเลทรายเถอะ บางทีคุณจะไม่อยากจากมันไปไหนเลยก็ได้
ระรินดาวยิ้มยักไหล่อย่างไม่เห็นด้วย แต่ก็ไม่พูดอะไร เธอมองออกไปด้านนอกชั่วครู่ก่อนจะหันมาพูดขำๆ ว่า
แปลกจังมาทะเลทราย ทำไมฉันยังไม่เห็นอูฐสักตัว
ดวงตาอ่อนล้าของคนเจ็บมีแววสนุกเมื่อตอบว่า
ไม่เห็นหรอก ชาวบ้านเอาไปแลกเป็นโตโยต้าหมดแล้ว
หญิงสาวมองเขาอย่างสนใจทันที
ชาวบ้าน? คุณหมายถึงชาวทะเลทราย เบดูอิน เบอร์เบอร์ นอแมด อะไรนั่นเหรอ
คำถามที่เรียกชื่อชนชาวทะเลทรายเกือบทุกแถบของเธอทำให้คนเจ็บถึงกับยิ้มออกมา
คุณคิดว่าประเทศของผมล้าหลังนักหรือ เดี๋ยวนี้พวกชนเผ่าต่างๆ ได้รับการพัฒนาไปไกลแล้ว ตั้งแต่น้ำมันทำให้ประเทศรวยขึ้น คนพวกนี้ก็กลายไปเป็นลูกจ้างที่แท่นขุดเจาะน้ำมัน ขยับขยายไปทำงานในเมือง พวกชนชั้นกลางก็ส่งลูกไปเรียนต่างประเทศ เวลาซัมเมอร์ก็แห่กันไปยุโรป อเมริกา ไอ้ที่จะเห็นเร่ร่อนขี่อูฐเลี้ยงแพะเลี้ยงลาน้อยเต็มที่แล้ว
คำว่า ประเทศของผม ทำให้ระรินดาวยิ้ม นายคนนี้ท่าทางจะรักประเทศรักทะเลทรายเหมือนอาคินทีเดียว
แล้วที่นี่ไม่มีปัญหาพวกผู้ก่อการร้ายบ้างเหรอ?
คำถามนี้ทำเอาคนเจ็บเงียบไปครู่
ทะเลทรายกว้างใหญ่ มีพรมแดนติดต่อกันยาว หากจะมีอยู่บ้าง ทางการก็พยายามควบคุมเต็มที่ ประเทศเรากำลังพัฒนาเป็นเมืองท่องเที่ยว ปัญหาใดๆเกี่ยวกับความปลอดภัยจะต้องถูกยกขึ้นมาเป็นอันดับแรก
ไม่อยากจะค้านหรอกนะ เธอมองหน้าเขาแล้วยิ้มให้ก่อนจะพูดว่า แต่...ตั้งแต่ฉันลงเครื่องบินมา ที่เมืองหลวงรู้สึกจะประกาศกฏอัยการศึกไม่ใช่เหรอ?...และที่เราได้มารวมกันอยู่ในรถคันนี้ ฉันว่าก็ไม่ค่อยจะปกติเท่าไรนะ
คนเจ็บมองเธอแล้วยิ้มเหมือนมีลับลมคมนัย ก่อนจะพูดว่า อาจเพราะคุณคือคนพิเศษ จึงได้มาอยู่กับศูนย์กลางของวาโซดิเนียเข้าแล้ว
ระรินดาวยังไม่ได้มีเวลาพิจารณาคำพูดของเขา เสียงอาคินก็ทะลุขึ้นมาว่า
จะถึงแล้ว
หญิงสาวหันความสนใจไปมองที่ด้านนอก แล้วก็ขมวดคิ้วเพราะสองข้างทางยังเป็นภูเขายาวเหยียดที่ขนานข้างทางแล้วอยู่เลย แต่เพียงชั่วอึดใจ เธอก็ต้องเพ่งสายตาแน่วไปข้างหน้า เมื่อพ้นแนวภูเขาออกมาก็เจอเอากับที่ราบที่กว้างเป็นเส้นขวางที่ขนานไปสุดซ้ายขวา เราวกับเป็นเส้นกั้นเขตแดนของเนินทรายที่เป็นคลื่นเรียงรายกันไปจนสุดตาที่อยู่ตรงหน้า
อาคินขับรถตรงไปยังสิ่งปลูกสร้างที่เป็นกำแพงดินสูงราวเมตรกว่าๆมีต้นไม้เตี้ยๆขึ้นเต็ม แต่ตรงกลางมีบันไดหินขึ้นไปยังเนินที่เป็นตึกอิฐแดงเก่าๆทรงสี่เหลี่ยมทึบยาวขนานไปกับกำแพง มีช่องเจาะเป็นหน้าต่างประตูที่ระรินดาวมองเห็นไม่กี่ช่อง
อาคินจอดรถที่หน้าบ่อน้ำเก่าๆ แล้วลงมา เมื่อระรินดาวก็เปิดประตูลงมาเขาก็ยื่นเป้ให้พูดว่า
เราจะพักที่นี่
ระรินดาวรับเป้เอาไว้แต่ก็ไม่ได้ตามเขาที่เดินดุ่มเข้าไปก่อน เพราะยังเห็นคนอื่นยังไม่ได้ลงรถ เธอมองไปรอบๆ อย่างตื่นตา เพราะแม้จะเคยเห็นจากในรูป หรือจะเคยไปที่อื่นแต่ภูมิประเทศอย่างนี้มันก็ชวนให้ตะลึงมองเสียจริงๆ แล้วเสียงสตาร์ทรถก็ทำให้เธอต้องเหลียวกลับไปมอง ร่างแม่สาวคาริดานั่งประจำที่คนขับ และเจ้าหล่อนก็ไม่ได้สนใจอะไรเมื่อเข้าเกียร์ออกรถพรืด ระรินดาวหันหน้าหลบแต่กระนั้นฝุ่นทรายก็ยังซัดเข้าที่หน้าเธออย่างจัง หญิงสาวปลดผ้าคลุมศีรษะออกมาเช็ดหน้าตัวเอง พวกนั้นไปต่อแบบที่เธอไม่รู้เรื่องรู้ราวเสียเลยจริงๆ แล้วเสียงอาคินก็ดังขึ้นว่า
ชักช้าทำอะไรอยู่?
ฉันไม่ใช่ลูกน้องคุณนะ จะได้วิ่งทันทีที่คุณสั่งน่ะ เธอแหวใส่ เพราะฉุนที่โดนแม่สาวน้อยนั่นพ่นทรายใส่
อย่าขยี้ตา
อาคินบอกมาดึงผ้าออกจากมือเธออย่างถือวิสาสะ ช่วยเช็ดหน้าให้
ผมไม่ได้คิดว่าคุณเป็นลูกน้องหรอกนะ แต่บางครั้งก็อยากให้คุณเชื่อเพื่อ...
รับรองไม่ใช่เพราะความปลอดภัยของฉันแน่ เธอสวนขึ้นมาก่อนที่เขาจะพูดจบ
ไม่อยากขึ้นไปอาบน้ำอาบท่ากินกลางวันเร็วๆ เหรอยายโทโท่รออยู่ อาคินย้อน
ระรินดาวค้อนให้เขาแล้วเดินลิ่ว ขึ้นบันไดหินไป แล้วก็มายืนงงเอาเองเพราะเมื่อเดินผ่านซุ้มโค้งประตูเข้ามาแล้ว ตึกที่เธอเห็นทรงสี่เหลี่ยมนั้น ตรงกลางเป็นลานกว้างลาดพื้นซีเมนต์หยาบๆ แต่กลับมีบ่อน้ำพุที่ปูด้วยกระเบื้องโมเสกน้ำเงินขาวรูปสี่เหลี่ยมขนาดเมตรกว่าๆอยู่ตรงกลางและกระถางดอกเฟื่องฟ้าตั้งอยู่สี่มุม แต่ไม่มีใครอยู่สักคน เงียบราวกับว่ามันเป็นตึกร้างทีเดียว หญิงสาวหันกลับมาก็เห็นอาคินยืนมองเธอส่งสายตาราวกับจะบอกว่า เก่งนัก ก็เดินต่อไปเองสิ
ห้องไหน? เธอถามหน้าเฉย
อาคินอดจะยิ้มไม่ได้เมื่อพูดว่า ทางนี้
คราวนี้ระรินดาวยอมที่จะเดินตามเขาผ่านประตูห้องที่เป็นประตูไม้ ไม่ได้สลักเสลาสวยงามอะไร แต่ก็เป็น
รูปโดมทาสีส้มสดใสทุกบาน
ทำไมคุณไม่ให้คนเจ็บพักที่นี่ เธอถามอย่างอดไม่ได้
ก็คุณคิดว่าควรไปโรงพยาบาล ไม่ใช่เหรอ? เขาย้อนแต่ไม่ได้หยุดฝีเท้าที่ตรงลิ่วเข้าไปจนถึงห้องริมสุด
เราพักห้องนี้
ห้องไม่กว้างนัก มีพรมเก่าๆหลากลายต่อกันหลายชิ้นจนเต็มห้อง มีเตียงอยู่เตียงเดียว โต๊ะที่อยู่ใกล้หน้าต่างเพียงบานเดียวในห้องวางไว้ด้วยถาดผลไม้ หญิงสาวเดินเอาเป้ไปวางทีเตียงหันไปรอบๆ ถอนหายใจ อดจะกระแหนะกระแหนไม่ได้ว่า
นี่นะเหรอ การรับรองอย่างเจ้าหญิง
อาคินชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวออกไปประตูหมุนตัวกลับมาบอกว่า
อย่าเพิ่งบ่น นี่ยังไม่ใช่การเดินทางไปทะเลทรายอย่างที่ผมหมายถึง
อย่างนั้น? เธอเลิกคิ้วสูงมองเขายิ้มเยาะๆ อย่างไม่เชื่อถือ แต่อาคินก็ทำหน้าเฉยไม่สนใจบอกว่า
เดี๋ยวยายโทโท่ จะมาเตรียมน้ำอาบให้คุณ กินอะไรแล้วพักสักหน่อยค่อยออกไป
จะไปไหนอีก?
เดี๋ยวก็รู้ อาคินตอบเปิดประตูเดินออกไป แต่ระรินดาวชักฉุนกับคำตอบและท่าทางไม่รู้ร้อนหนาวของเขาจึงก้าวเร็วๆ เปิดประตู เรียกเขาเสียงหนัก
อาคิน
อาคินหันกลับมาแววตาเขาออกจะงงๆ ที่เห็นแววตาเอาเรื่องของเธอ
ฉันยอมรับได้ในสิ่งไม่สะดวกเล็กๆน้อยๆ ฉันไม่สนใจเรื่องราวของพวกคุณที่กำลังทำกันอยู่ แต่ฉันต้องการแน่ใจว่า ชีวิตฉันไม่ได้อยู่ในอันตรายที่ฉันไม่ได้ก่อ และที่สำคัญ ฉันเกลียดการจับเอาฉันไปไว้โน่นไว้นื่โดยที่ฉันไม่รู้ให้เกียรติกันหน่อยได้ไหม !
เสียงตวัดสูงราวอารมณ์จะขึ้นของเธอ ทำให้อาคินขมวดคิ้ว เขาไม่ได้คิดอะไรจุกจิกอย่างนี้ แต่ก็ไม่เข้าใจว่าตัวเองจะทำอะไรผิดตรงไหน และไม่เห็นจะต้องโมโหอะไร ก็แค่ไม่ได้บอกเท่านั้น ชายหนุ่มถอนหายใจก่อนจะพูดว่า
พรุ่งนี้ที่หมู่บ้านใกล้ๆ จะมีงานแต่งงาน แต่คืนนี้เจ้าสาวจะจัดเฮนน่าปาร์ตี้ ผมจะให้ยายโทโท่พาคุณไปเพราะคิดว่าคุณน่าจะสนใจเอาไว้ หากคิดจะแต่งงานกับผู้ชายที่นี่สักคน
น้ำเสียงกึ่งประชดตอนท้าย ทำให้ระรินดาวต้องกวาดสายตามองเขาขึ้นลงแวบหนึ่ง กระแทกเสียงกลับไปว่า
เฮนน่าปาร์ตี้น่ะสนใจ แต่ผู้ชายที่นี่ไม่สน !
พูดแล้วเธอก็ปิดประตูอย่างแผ่วเบา จะเดินกลับไปที่เตียง แต่แล้วก็ต้องสะดุ้ง เมื่อมีมือหนึ่งสอดเข้าที่เอว ดึงเธอให้หันกลับ ระรินดาวนิ่งขึงอย่างตกใจเมื่อเห็นใบหน้าเครียดของอาคินแต่มันยังไม่เท่าอ้อมกอดของเขาที่รัดแน่นจนรู้สึกเจ็บ
อย่ามาพูดยั่วผม รู้ไหมผมมันผู้ชายประเภทหลงตัวเอง ไม่เคยคิดหรอกว่าหากต้องการแล้ว จะทำให้ผู้หญิงสักคนรักไม่ได้
ระรินดาวกลืนน้ำลาย ไม่คิดว่าคำพูดเมื่อครู่จะทำให้เขาโกรธ และสาบานเลยว่าเธอไม่ได้คิดที่จะพูดกระตุ้นอารมณ์เขา ไม่ได้ตั้งใจเหยียบย่ำศักดิ์ศรีอะไรเขาสักนิด
ปล่อยฉัน ฉันไม่ได้พูดอะไรให้คุณคิดไปอย่างนั้น คุณคิดของคุณไปเองต่างหาก
อาคินสั่นหน้า ผมไม่เชื่อ ผู้หญิงสวยอย่างคุณนะเหรอจะไม่บริหารเสน่ห์ใส่ผม
ระรินดาวอ้าปากค้าง กับข้อกล่าวหาของเขา
คิดบ้าอะไรของคุณ ปล่อยฉัน
ไม่พูดเปล่าขาเธอยังกระทืบลงไปที่เท้าเขา แต่อาคินชักเท้าหลบทันเหมือนจะรู้ทางว่าเธอจะทำเช่นนั้น สองสามครั้งที่กระทืบแล้วพลาดทำให้เธอต้องหยุดมองเขาจ้องเขาขมึงถึง อาคินมองตอบเธอนิ่งๆ แต่อ้อมกอดนั้นไม่ผ่อนคลายแม้แต่น้อย
ถ้าต้องใช้กำลัง ผมชนะคุณอยู่แล้ว อย่าพยายามเลย
ระรินดาวเม้มปากแน่น ก่อนจะแค่นเสียงออกมาว่า
ให้ตายสิ ถ้าฉันรู้ว่าจะเป็นอย่างนี้ ฉันไม่มากับคุณแน่อาคิน
ชายหนุ่มยักไหล่แล้วส่ายหน้า
คุณยั่วผมเอง เรียกร้องความสนใจตั้งแต่เจอกันอยู่บนเครื่องบิน จูบผมที่หน้าสถานีตำรวจ ที่บ้านผม แล้วยังมาท้าทายด้วยคำพูดอย่างนี้ จะให้ผมคิดว่ายังไงไม่ทราบ
อีกครั้งที่ระรินดาวต้องอ้าปากค้าง มองเขาอย่างงงงวยที่สุด เขาคิดไปได้ยังไงว่าเธอยั่วเขา สาเหตุทุกอย่างมันเกิดจากเขาเป็นฝ่ายกระทำก่อนทั้งนั้น แต่หญิงสาวยังค้นหาคำโต้ตอบไม่ทัน อาคินก็พูดเยาะๆว่า
อย่าคิดเถียงเลย คงอย่างนี้ใช่ไหมผู้ชายที่คุณขอแต่งงานนั้นถึงได้ปฏิเสธคุณ หรือว่าคุณพูดโกหกเพื่อเรียกร้องความสนใจจากผม
หญิงสาวเม้มปากแน่นกับคำว่า พูดโกหก เรียกร้องความสนใจ เขามีสิทธิ์อะไรมาหาว่าเธอโกหกในสิ่งที่เธอไม่รู้เรืองสักนิด ระรินดาวโกรธเสียจนคิดอะไรไม่ออก นอกจากจะเชิดหน้าโต้ตอบเขาเยียบเย็นว่า
หลงตัวเองเกินไปแล้วอาคิน หากคิดว่าแน่จริง ก็อย่าถามถึงอดีตสิ
อาคินนิ่งพินิจใบหน้าที่ห่างแค่คืบอย่างแปลกใจ เขาหวังจะให้เธอโกรธเพื่อจะระเบิดอารมณ์พูดถึงเบอร์ฮาน แต่ไม่นึกว่าเธอจะย้อนเขาอย่างนี้ แล้วดูสิ ตาวาวๆหน้าเชิดๆหยิ่งๆ ริมฝีปากน่าจูบมันอยู่ใกล้เขานิดเดียว อาคินถอนหายใจแผ่วเบาราวกับจะยอมแพ้อะไรสักอย่าง ก่อนจะตรึงเธอด้วยสายตาร้อนแรงมุ่งมั่น ใช้นิ้วปัดไรเส้นผมที่หน้าผากลากไล้แผ่วเบาลงมาจนถึงโหนกแก้ม
ถ้าอย่างนั้น ผมจะไม่สนอดีตของคุณ คุณเป็นเพียงผู้หญิงที่ผมพยายามจะทำให้หลงรักผมเท่านั้น
ระรินดาวไม่ทันระวัง ใบหน้านั้นก็ลดต่ำลงประทับริมฝีปากอุ่นๆ มาที่ริมฝีปากเธออย่างแผ่วเบา รวดเร็วราวผีเสื้อโฉบ ก่อนจะคลายอ้อมกอด ยกมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นมากุมเอาไว้ที่หน้าอก
ด้วยหัวใจและดอกกุหลาบ คุณจะต้องรักผมระรินดาว
อาคินปล่อยเธอเป็นอิสระแล้ว แต่ระรินดาวยังไม่อาจขยับ คำพูดเมื่อครู่ของเขามันยังดังสะท้านสะเทือนอยู่ในหัวใจ หญิงสาวสูดลมหายใจลึก เธอไม่เคยรู้สึกอย่างนี้มาก่อน ไม่รู้ว่ามันจะยังคงเป็นความโกรธหรืออุ่นซ่านวาบหวาม แต่มันทำให้เธอไร้เรี่ยวแรงจนแทบจะทรุดลงตรงนั้น ระรินดาวก้มมองหลังมือตัวเอง จ้องมันราวกับเพิ่งจะเคยเห็น แล้วก็ส่ายหน้าให้กับตัวเองช้าๆ ราวกับไม่อยากจะเชื่อเมื่อคิดว่าลวดลายเฮนน่าที่ยายโทโท่เพ้นท์ให้เมื่อวานมันเข้มแดงขึ้นมาราวเลือดของเธอไหลไปรวมกันตรงนั้น แล้วมันก็ทำให้เธอสะดุ้งราวกับถูกไฟฟ้าช็อตเสียทีเดียวเมื่อคิดถึงคำพูดของเขา คุณจะต้องรักผมระรินดาว หากเขาเพียงแต่จะพูดว่า จะทำให้เธอรัก ระรินดาวสาบานได้ว่าเธอก็คงแค่หัวเราะขบขันหรือเยาะหยันไปเลย คำพูดอย่างนี้ใช่ว่าเธอจะไม่เคยได้ยินจากเพื่อนชายหลายๆคนมาก่อน แต่มันต่างออกไปเมื่อเอ่ยจากปากอาคิน เธอรู้สึกถึงหัวใจที่เต้นแรงของเขาตอนที่เขาเอาฝ่ามือของเธอไปแนบอก มันราวกับเป็นคำสัญญาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เขายอมทุ่มทั้งชีวิตจิตใจ เพื่อจะทำให้ได้ โดยเฉพาะยามเมื่อเขาพูดคำนั้นออกมาด้วย
ด้วยหัวใจและดอกกุหลาบ
อาคินออกจากห้อง ด้วยความรู้สึกที่ให้คำอธิบายต่อตัวเองไม่ได้ว่า ทำไมเขาถึงได้พูดอย่างนั้นออกไป แต่ก็ต้องยอมรับว่าเขารู้สึกโล่ง ราวกับสิ่งที่กดทับในใจของเขามันหายไป เขาไม่ควรจะรู้สึกผิดอะไรตราบใดที่เธอเองก็ทำราวกับว่าไม่มีใครเป็นเจ้าของเธอ แต่...อาคินถึงกับถอนหายใจเฮือกเมื่อคิดถึงคำพูดตัวเอง นี่เขาต้องการอย่างนั้นมากนักเหรอ ถึงกับได้สาบานออกไปอย่างนั้น อารมณ์ชั่ววูบแน่ๆ ก็ผู้หญิงคนนี้ เธอเก่งในการกระตุ้นอารมณ์ของเขาอยู่แล้วนี่นา
อาคินสะบัดหน้าราวกับจะทิ้งความสับสนในใจออกไป เขายังมีภารกิจที่จะต้องกระทำต่อ จะมาให้เรื่องอย่างนี้รกใจไม่ได้ ชายหนุ่มก้าวยาวๆ ไปจนสุดทางแล้วเลี้ยวเข้าซอกแคบๆ ที่มีบันไดที่ทำเอาไว้ด้วยไม้อย่างหยาบๆ ลงไปยังข้างล่าง เขาเดินตรงไปยังแนวโขดหินสีขาวที่มีต้นปาล์มที่ขึ้นเป็นหย่อมๆ อาคินรู้ดีว่าตรงนั้นมีแอ่งน้ำที่กว้างพอประมาณที่จะทำให้ทัศนียภาพแถวนี้มีความฉ่ำชื้นขึ้นมาบ้าง
อาคินเดินเข้าไปใกล้โขดหินที่อยู่อีกด้านของแอ่งน้ำ เสียงพรืดพ่นลมของม้าที่ดังออกมา ทำให้เร่งฝีเท้าเร็วขึ้น แล้วร่างชายที่สวมชุดยาวสีขาว ศีรษะก็ยังสวมเทอร์บานสีขาวสะอาดตาอยู่บนหลังม้า ข้างตัวเขาคือม้าพ่วงพีตัวหนึ่ง
เธอสวยมากอาคิน
เป็นประโยคทักทายที่ทำให้อาคิน ต้องถอนหายใจอีกรอบเลยทีเดียวก่อนจะตอบว่า
อย่าให้เจ้าสาวของนายได้ยินรามาน
ร่างนั้นแหงนหน้าหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะตอบว่า
มุตตา ไม่ใช่ผู้หญิงใจคอคับแคบ
อาคินไม่พูดอะไร กระโดดขึ้นหลังม้า สายตาแวบผ่านไปยังหน้าต่างห้องที่เพิ่งจากมา ก่อนจะเป็นฝ่ายกระตุ้นควบม้าฝ่าเปลวแดดออกไปตามเส้นทางอย่างชำนาญ ชั่วอึดใจที่ผ่านพ้นเนินทรายมาสองสามลูก ก็มีแนวโขดหินและต้นปาล์มก็มีขึ้นประปราย แล้วภาพของหมู่บ้านที่มีตึกเก่าโทรมๆปลูกรวมหมู่กันอยู่ห้าหกหลังก็ปรากฏแก่สายตา รามานแยกควบม้าตรงไปยังตึกเหล่านั้น แต่อาคินกระตุ้นม้าไปอีกทางจุดหมายของเขาอยู่ที่เต็นท์ใหญ่สีขาวใกล้ดงปาล์มที่ร่มครึ้ม หน้าเต็นท์ที่มีพรมทอผืนใหญ่ปูยาว มีโต๊ะและเก้าอี้ชุดสนามตั้งเอาไว้ เจ้าชายมิคาอิลทรงประทับเอนอยู่ที่พระเก้าอี้หน้าเต็นท์ เมื่ออาคนลงจากหลังม้าเดินเข้ามาก็รับสั่งว่า
ไม่อยากต่อว่าหรอกนะ แต่มิสนั่นได้พักดีกว่าฉัน
อาคินไม่ตอบเขาสอดส่ายก็เห็นรถจี๊ปจอดหลบมุมอยู่ที่ด้านหลังโขดหิน ถามทันทีว่า
ไรอันมาแล้วเหรอ?
มาแล้ว รออยู่ข้างในพร้อมกับข่าวพิเศษ พระพักตร์เจ้าชายดูแช่มชื่นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเน้นคำว่าข่าวพิเศษ
อาคินขมวดคิ้ว มองหน้าเจ้าชายก่อนจะถามว่า
ข่าวพิเศษอะไร?
ซาลีมาออกทะเลทรายมาพร้อมกับผู้พันฮัซซาร์ ดูเหมือน ลูกสาวนายพลฟาร์ริกก็มาด้วย
อาคินนั่งลงที่เก้าอี้ข้างเจ้าชาย ดูเหมือนทุกอย่างจะผิดแผนไปเสียหมด แผนการของเขาไม่ได้คิดที่จะให้เจ้าชายมิคาอิลเสด็จออกทะเลทรายแม้แต่น้อย แต่ทุกอย่างต้องลวงทำให้คิดเป็นเหมือนอย่างนั้น แต่หากซาลีมาออกทะเลทราย มีหรือเธอจะไม่มาพบเขา และแน่นอนว่าเธอจะต้องจดจำได้ว่า คนที่อยู่กับเขาต่อไปต้องไม่ใช่เจ้าชาย เป็นเพียงตัวล่อที่วางเอาไว้ และหากซาลีมารู้เขาจะไม่วิตกได้ยังไงว่า คนอื่นจะไม่รู้...ทุกคนควรจะไปรวมกันอยู่ที่คาเดียร่าแล้วนั่นต่างหากที่เขาต้องการ
คิดว่าไง? เรื่องซาลีมาไปทอร์กากับผู้พันฮัซซาร์ เจ้าชายรับสั่งถาม
ผู้พันฮัซซาร์รู้อยู่แล้วว่า ฉันจะไปทุ่งหินแดง เพราะฮอตกที่นั่น
ซาลีมา คงอยากเจอนาย
แล้วทรงอยากจะเจอบ้างไหมล่ะ? อาคินย้อนกึ่งประชดนิดๆ
เจ้าชายมิคาอิลแย้มพระโอษฐ์ อยากเจอไหม? ใครจะไม่อยากเห็นสุดที่รักของฉันกันล่ะ
เสียงผ้าใบเต็นท์เปิด คาริดาเดินออกมา แม้จะอยู่ในชุดเดิมแต่หญิงสาวไม่ได้สวมผ้าคลุมศีรษะดังนั้นเส้นผมยาวจึงดูยุ่งเหยิงในมือเธอมีเหยือกน้ำผลไม้ สาวน้อยเอามาวางไว้ที่โต๊ะ ใบหน้านั้นเครียดเมื่อมองอาคิน พูดขึ้นว่า
ให้ทำอะไรก็ได้นะ แต่อย่าให้ได้เจอกับผู้หญิงคนนั้น
น้ำเสียงเกลียดชังอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เจ้าชายมิคาอิล ต้องทอดเนตรขุ่น ไปมอง สาวน้อยผู้นี้ไม่เพียงจะแสดงความเกลียดชังพระองค์ แต่มันยังรวมถึงซาลีมา รานีในอนาคตของพระองค์ด้วย
ไปหารามานเถอะ อาคินบอกขรึมๆ เพราะเกรงว่าจะมีเรื่องกันไปอีก
คาริดาตวัดสายตาไม่พอใจใส่อาคินก่อนจะผละมา ทำไมเธอจะไม่รู้ว่า เพราะต้องการพูดความลับกับเจ้าชายนั่นหรอกถึงได้ไล่เธออย่างนี้ สาวน้อยตรงไปที่ม้าตัวที่อาคินนำมา โผนขึ้นไปควบออกไปอย่างขุ่นเคือง
ทำไมซาลีมาถึงคิดจะได้ออกทะเลทราย เวลานี้เธอผู้นั้นควรจะไปอยู่ราชวังที่คาเดียร่าเพื่อเตรียมตัวเป็นนางพญาในงานราชาภิเษกมิใช่หรือ หรือว่าเธอมีแผนการร้ายใดๆ ผู้ชายพวกนี้ก็ช่างโง่เสียจริง มองเห็นแต่ความสวยงามภายนอกเท่านั้น เจ้าชายกับพี่ชายเธอนั่น ก็รู้ล่ะว่าหลงรักเจ้าหล่อหมดจิตหมดใจ แต่อาคินนี่สิ จะเป็นเพราะความจงรักภักดีของเขาหรือเปล่านะ ถึงไม่ได้มีทีท่าจะหลงรักคุณหญิงซาลีมานั่นอีกคน แต่ถึงจะไม่รัก จากที่ผ่านมาก็คงชื่นชมไม่น้อยเหมือนกันล่ะ แล้วกับผู้หญิงคนนั้นล่ะ มิสเบ็ญจรงค์คนเก่ง ที่อาคินถึงกับทุ่มกับชีวิตปกป้องอยากให้ออกทะเลทรายด้วย เขารักเธออย่างนั้นเหรอ ช่างใจอ่อนหลงรักคนได้ง่ายดายเสียเหลือเกิน
สาวน้อยถอนหายใจ เหม่อมองไปยังเมฆขาวเบื้องบน ความรักช่างทำให้พวกเขาอ่อนแอนัก โดยเฉพาะเบอร์ฮาน พี่ชายที่รักยิ่งของเธอ ...ด้วยความซื่อใสบริสุทธิ์และทะนงตน คาริดาถึงกับสาบานกับสายลมผืนทรายและก้อนเมฆเลยว่า เธอจะไม่ยอมตกเป็นทาสรักใครเด็ดขาด
เจ้าชายมิคาอิลทอดเนตรตามร่างอ้อนแอ้นบนหลังม้า เปลวแดดแม้ร้อนแรงแต่ท่วงท่าของเธอบ่งบอกถึงความชำนาญเป็นหนึ่งเดียวกับม้าที่ควบขับ ทั้งม้าและคนเผ่นโผนอย่างอิสระ ราวกับจะบ่งบอกให้รู้ว่าผืนทรายคือบ้านคือของเธอ
จะไว้ใจซาลีมาได้แค่ไหน อาคินถามเสียงต่ำ
คำถามของอาคินทำให้เจ้าชายต้องหันพักตร์กลับมา มองสบตาอาคินอยู่ครู่ก่อนเบนไปยังจุดสีดำของคนและม้าที่ห่างออกไปรับสั่งว่า
ก็คงจะต้องไว้ใจเท่าที่จะไว้ใจ ผู้หญิงที่ต้องการเป็นรานีในอนาคตของวาโซดิเนียได้นั่นแหละ
อาคินมองพระพักตร์ซูบซีดของเจ้าชายมิคาอิลแล้วถอนหายใจ เขารู้ดีว่าเจ้าชายทรงโปรดซาลีมากเพียงใด และก็รู้เช่นเดียวกันว่า ซาลีมา เตรียมพร้อมสำหรับตำแหน่งนี้แค่ไหน เธอผู้นั้นมิใช่จะมีเพียงความสวยแต่ยังเป็นคนฉลาด และพร้อมที่จะทุ่มเทในสิ่งที่ต้องการ ดังนั้นเรื่องที่ไม่อยากให้เจ้าชายได้รับการราชาภิเษกนั้นไม่อยู่ในความคิดของเธอแน่ แต่แม้จะมั่นใจในตัวซาลีมาได้ ...มันก็ไม่ได้หมายความว่า ทั้งเขาและเจ้าชายจะสามารถไว้วางใจ อับดุลอาซีซ ผู้เป็นพ่อของเธอได้ด้วยเช่นกัน
ร้อยเอกดาบีร์มองผ่านม่านควันซิการ์ ก็เห็นคิ้วนายพลฟาริกขมวดจนชิด อันเป็นกิริยาที่คุ้นเคยสำหรับคนใกล้ชิด รับรู้ว่ากำลังมีเรื่องครุ่นคิดอย่างหนักนี้ เขาจะไม่คิดว่าน่าจะมีอะไรให้ท่านนายพลต้องหนักอกหนักใจตรงไหน เมื่อเขารายงานว่า อาคินพาสตรีผู้หนึ่งออกท่องตลาดที่แทนซาเมื่อคืนนี้
เป็นอาคินแน่หรือ?
ครับท่าน และดูเหมือนมิสคนนั้นจะถูกสะกดรอยอยู่
ดูเหมือนรึ?
เสียงเฉียบย้อนกลับมา จนร้อยเอกดาบีร์สะดุ้งลอบกลืนน้ำลาย การทำงานแต่การทำงานกับนายพลฟาริกไม่เพียงต้องรู้สิ่งที่ถาม แต่ต้องมีความมั่นใจที่จะรายงานสิ่งที่รับรู้มาด้วย จะตอบแบบคาดว่า คิดว่าไม่ได้ เสียงรายงานจึงต้องหนักแน่นว่า
มั่นใจว่าเป็นนักฆ่าจากทะเลทราย ครับท่าน
นายพลฟาริกพ่นควันซิการ์ออกมา คิ้วขมวดอย่างใช้ความคิด หากสายตาทรงอำนาจยังมองผ่านม่านควันไปยังลูกน้องตรงหน้า ราวกับรอฟังสิ่งที่จะพูดออกมาอีก
หลังจากอาคินพามิสกลับไปที่พักแล้ว เขาออกมาเพื่อพบผู้หญิงคนหนึ่งที่โรงแรมครับ
คิ้วนายพลขมวดเข้าหากันอีกครั้ง ขณะที่ใบหน้าของดาบีร์เหมือนจะปลื้มใจที่ตัวเองได้กุมความลับบางอย่างเอาไว้
ผู้หญิงคนนั้นลงทะเบียนห้องพัก ใช้ชื่อว่า ระรินดาว เบ็ญจรงค์ ลีแลนด์ครับ เขาควักเอาภาพยื่นวางไว้ตรงหน้า รายงานต่อว่า เธอเดินทางไปถึงแทนซาในตอนเย็นครับ
นายพลมองรูปสตรีในชุดสูทสีขาว ใส่หมวกปีกว้าง ใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับ มิสเบ็ญจรงค์คนแรกที่เขาเห็น แปลกนัก อาคินกำลังทำอะไร ล่อลวงให้ไขว้เขวอย่างนั้นหรือ รอยยิ้มเยาะๆผุดขึ้นที่ริมฝีปากนายพลเฒ่า ช่างน่าสนุกนักที่ได้ต่อกรกับหนุ่มคนนี้ เสียงลูกน้องยังรายงานต่อไปว่า
และอาคินออกจากที่โรงแรมไปที่เดิมในตอนเช้ามืด และในตอนสายๆ เราพบว่ามิสคนนั้นได้เดินทางไปพร้อมกับกลุ่มทัวร์
มิสคนไหน?
ร้อยเอกดาบีร์ชะงัก แค่รายงานว่า มิส ยังต้องตีความกันอีกว่าคนไหน แต่เขาก็ตอบไปว่า
หมายเลขหนึ่งครับ ไปพร้อมกับผู้หญิงสูงอายุคนหนึ่ง
แล้วอาคิน?
ตามออกไปทีหลังครับ ส่วนมิสอีกคนเอ่อ...หมายเลขสองเธอไปที่สถานทูตอังกฤษก่อนจะกลับมาที่โรงแรม ยังไม่ได้ออกไปไหน ครับท่าน
รายงานหมดแล้ว ร้อยเอกดาบีร์ ก็ยืนนิ่ง มองม่านควันที่หนาจนแทบจะมองไม่เห็นใบหน้านายพลฟาริก ความจริงแล้ว เขาเพิ่งจะเข้ามารับใช้ท่านนายพลผู้นี้ ตามที่ผู้พันเธอร์นีบได้เสนอตัวเขามา มันเป็นความภาคภูมิใจที่ได้มีโอกาสทำงานกับนายพลฟาริก แม้จะเคร่งครัดระเบียบจัด แต่ก็โอบอ้อมอารีต่อผู้น้อย แต่เมื่อมาได้รับงานที่มอบหมายอย่างนี้ นายร้อยเอกดาบีร์ก็ออกจะงุนงงไม่น้อย การที่ท่านนายพลให้ติดตาม อดีตราชองครักษ์ของเจ้าชายที่หายพระองค์ไป เป็นเพราะคิดว่า...
ตามทัวร์นั้นให้ใกล้ชิด ส่วนผู้หญิงที่โรงแรมหาคนประกบอย่าให้คลาดเด็ดขาด ไปได้
คำสั่งถูกถ่ายทอดออกมา ทำให้ร้อยเอกดาบีร์สะดุ้ง รีบโค้งคำนับก่อนจะหันกายเดินออกจากห้องทันที
แอร์ในห้องเย็นเฉียบ แต่ไม่ได้ช่วยให้คิ้วของนายพลเฒ่ามิได้คลายออกแม้แต่น้อย ใบหน้ายังครุ่นคิดหนัก หากเป็นไปตามที่คาดหมาย วันนี้อาคินน่าจะเดินทางออกจากแทนซาไปแล้ว
เมื่อแรกแผนการที่วางไว้คือจะจับตัวและหาคนแจ้งเบาะแสอย่างเปิดเผย โดยคิดที่จะประกาศข่าว นักท่องเที่ยวถูกลักพาตัวโดยใช้รูปอาคินและมิสเบ็ญจรงค์ประกาศไปทั่วถูกยกเลิกกระทันหัน เพราะคิดว่า ให้ตายเงียบดีกว่าเอิกเกริก การติดตามจึงเปลี่ยนเป็นซ่อนเร้นอย่างใกล้ชิดแทน คนของผู้พันฮัซซาร์ก็ต้องถูกเปลี่ยนให้มุ่งไปที่คาเดียร่า เอาคนของเธอร์นีบมาลอบจัดการแทน
แต่นี่อาคินกลับปรากฏตัวอย่างเปิดเผย ทำไมอาคินยังอยู่ที่นี่ แล้วเจ้าชายนั่นล่ะ ...จะหลอกล่อให้เข้าใจว่าจะไปทะเลทราย แต่แฝงเร้นเข้ามาทางปกตินะหรือ ใบหน้านายพลเฒ่าแสยะยิ้ม ต่อให้มาทางไหนแม้จะหลุดรอดจากตาข่ายที่ท่านวางเอาไว้ในที่สุด ก็จะต้องมาเจอทางตันอยู่ดี ด่านระหว่างทางยังคงแน่นหนา อาคินจะมีคนสักกี่คนที่จะช่วยนำเสด็จ...จะมีคนสักกี่คนที่อาคินจะไว้วางใจได้ สี่ราชองครักษ์ไม่เหลือใครแล้ว คามิลถูกเธอร์นีบฆ่า จามาลก็เครื่องบินตกอยู่ที่ทุ่งหินแดง ส่วนเบอร์ฮานก็หลบหนีไม่กล้ามาสู้หน้า ไม่ว่ายังไง อาคินไม่กล้าที่จะทิ้งเจ้าชายไปไกล...ยิ่งเจ้าชายทรงบาดเจ็บอย่างนี้ เห็นอาคินที่ไหน เจ้าชายนั่นก็ต้องอยู่ในละแวกใกล้เคียงแน่
สายตามองภาพสตรีในมือ แต่ใจคิดไปถึงอีกคน หล่อนเป็นหมอหรืออาคินจะให้นำเสด็จเจ้าชายแฝงกายไปพร้อมกับกลุ่มทัวร์ หากใช่...งานอาจจะต้องละเอียดอ่อนขึ้นมาอีก หากเกิดการปล้น หรือฆ่าอย่างเปิดเผย เรื่องคงเป็นข่าวเอิกเกริก แต่ถ้าจำเป็นที่จะต้องใช้วิธีนั้น รอยยิ้มนายพลเฒ่าผุดพรายอย่างเหี้ยมเกรียม ไม่ว่าจะฆ่าใครเพิ่มอีก มันก็ยังคุ้มอยู่ดี และต่อให้อาคินวางแผนยอกย้อน ลอกคราบแค่ไหน เกมแมวจับหนูครั้งนี้ ยังไงหนูมันก็ต้องโผล่ออกมาตายอยู่ดี และมันเขาขีดเส้นตายเอาไว้แล้ว นายพลกดกริ่งที่โต๊ะ สักครู่ร่างของมุสตาฟา พ่อบ้านวัยชราในชุดเสื้อคลุมยาวสีขาวใบหน้าเรียบเฉยก็เดินเข้ามา
เตรียมตัว ฉันจะเดินทางไปคาเดียร่าพรุ่งนี้
มุสตาฟา โค้งรับคำสั่ง แต่เมื่อเงยขึ้นมา ก็รายงานเพิ่มเติมก่อนจะออกไปว่า
คุณหนูอองตียา โทรมาบอกว่าถึงทะเลทรายที่ทอร์กาเรียบร้อยแล้วครับ
คิ้วนายพลฟาริกขมวดเข้าหากัน มีบางอย่างที่เพิ่งจะสะดุดใจ ปมนักฆ่าทะเลทราย จะเป็นใครไม่ได้นอกจากเป็นคนของอับดุลอาซีซ ออกมาเคลื่อนไหว แต่เขาเชื่อว่าคำสั่งนั้นต้องมาจากซาลีมาแน่นอน เพราะรู้ดีว่าซาลีมาไม่ใช่ผู้หญิงที่สวยไร้สมอง แม้จะเป็นสตรีที่มีจิตริษยา แต่ความคนทะเยอทะยาน กล้าได้กล้าเสียยอมทุกอย่างเพื่อเป้าหมายนั้น มันช่างเหมาะเจาะสอดคล้องกับความต้องการของเขาพอดี
นายพลเฒ่าเหยียดยิ้มอย่างมีลับลมคมนัย ดวงตาฉายแสงกระหายร้อนแรง ซาลีมาเป็นผู้หญิงที่สวยถูกใจเขาที่สุด เนื้อหนังมังสาที่เคร่งครัดของหล่อนเล่าก็เต็มไม้เต็มมือทำให้เลือดลมเขาพลุ่งพล่าน ตอนนี้เขาอาจจะปล่อยให้เธอคิดเอาว่า เขาจะยอมสนับสนุนให้เธอเป็นรานีแห่งวาโซดิเนีย แต่...นายพลเฒ่ายิ้มเยือกเย็น เมื่อคิดถึงเวลาที่แผนการทั้งหมดเรียบร้อย ซาลีมาอาจจะเสียใจไม่นานทีไม่ได้เป็นรานีแห่งวาโซดิเนีย แต่ตำแหน่งสตรีหมายเลขหนึ่งของวาโซดิเนียเคียงข้างเขา ก็คงไม่ทำให้เธอกล้าปฏิเสธหรอก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เขายังมีอดีตที่ดำมืดของเธออยู่ในมือ
:+:+:+:+:+:
ไปคุยกับฟีลิปดาเกี่ยวกับนวนิยายเรื่องนี้ ที่นี่ค่ะ คลิก
บทที่ ๑๖