forwriter.com
 
เีรื่องสั้น

 

 


กับแกล้ม
โดย “ มานนท์ ”

ดึกแล้วฟ้ายังส่งฝนหลงมาจากไหนไม่หยุด ไม่ถึงกับสาดหนักมาก แต่ก็พอที่จะไปไหนมาไหนอย่างทุลักทุเล ขึ้นแปดค่ำเดือนสิบปฏิทินที่แขวนอยู่เบื้องล่างเครื่องบอกเวลาพิการตัวนั้นบอกมา อากาศรอบนอกฉ่ำแฉะ ชวนให้นิทราอย่างไม่ยาก แต่ก็เหมือนจะยากสำหรับผม อารมณ์เลื่อนลอย รู้สึกเซ็งๆ นั่งฟังเพลงปล่อยอารมณ์ไปเรื่อยในห้องเช่าเก่าๆ แถวหลังโรงพยาบาลประจำอำเภอ แว่วได้ยินเสียงรถเครื่องสี่จังหวะรุ่นเก่าที่คุ้นเคยครางกลบเสียงฝนกระทบสังกะสีใกล้เข้ามา น้าชาญนั่นเองพนักงานเวรเปลประจำหน่วยฉุกเฉินของโรงพยาบาล คงพึ่งออกเวร แกมักจะมีเรื่องผู้คนบาดเจ็บ ล้มตาย มาพูดให้ชวนสยองเสมอ ปกติวันไหนที่น้าชาญไม่ได้ไปเข้าเวร ผมก็เตร่ไปนั่งคุยกับแกประจำเพราะบ้านพักแกอยู่ฝั่งตรงข้ามถนนกับห้องเช่าของผมนี่เอง และก็ไม่มีลูกไม่มีเมียหรือจะเคยมีก็ไม่ได้ถาม

“ เฮ้ย แดงนอนยังว่ะ ” ไม่นานหลังจากรถเครื่องรุ่นนันทิดาเงียบเสียงลงมือเปลหน่วยฉุกเฉินก็ส่งเสียงกู่เรียกมา สงสัยจะเห็นในห้องผมยังมีแสงไฟ “ นอนอ่านหนังสืออยู่น้า ยังไม่ง่วง ” ผมส่งเสียงตอบสวนแกไปในทันที

“ คืนนี้หิ้วกันมากบาลหายไปครึ่ง พวกวัยคะนองล่อกันกลางงาน

คอนเสริ์ต ” แกพูดหน้าตาเฉย ยกเหล้าสี่สิบดีกรีสาดลงคอ เกลี้ยงแก้ว

“ ยังไงหรือน้า ” ผมถามขณะย่องจ๊อกแจ๊กฝ่าฝนมาอยู่ห่างสักสองวา แกยังไม่ตอบเพราะมัวแต่แคะเนื้อที่เคี้ยวจนติดฟันออกอย่างยากเย็น เนื้อแห้งย่างไฟเป็นกับแกล้มของโปรดน้าชาญ ที่จะซื้อติดมือมาเกือบทุกวัน ทั้งๆ ที่ฟันฟางก็ห่างหายแล้ว “ ฝานว่ะ ” แกตอบช้าๆเสียงไม่ชัดซึ่งคงจะหมายถึงขวาน เพราะมีไม้ไผ่ซีกเล็กๆ จิ้มอยู่ในปาก “ ขนาดจามโดนถาก ๆ กะโหลกเปิดเหมือนมะพร้าวเผาเขาผ่าขายที่ตลาด วึ๊ย ! เรียบร้อย ” พูดแล้วออกท่าทาง สายตาเหล่มองหาสี่สิบดีกรีขวดนั้นอีก “ ทำไมมันอำมหิตกันนักคนสมัยนี้ ” ผมถามพร้อมหย่อนก้นลงนั่งบนแคร่ไม้ไผ่ขณะมือทั้งสองก็รินเหล้าไปให้แก “ นี้ยังไม่เท่าไหร่ว่ะ มีโหดยิ่งกว่า เดี๋ยวพรุ่งนี้แกก็ได้เห็นข่าว นั่งกินเหล้าด้วยกันอยู่ดีๆ เห็นเพื่อนเป็นกับแกล้ม ควักตับชุ่มเหล้ามาจิ้มแจ่วหน้าตาเฉย ” แกพูดแล้วก็เว้นระยะหยุด เพื่อสร้างความตกตลึงให้ผมซึ่งมันก็ได้ผลและถือโอกาสสะสางเหล้าในแก้วด้วย “ โอยพอกูไปถึงศพนะหาหัวก็ไม่เจอ มาเห็นอีกทีโผล่อยู่ที่ตีน กระโดดตัวลอยร้องเสียงหลง สภาพเป็นยังไงรู้ม่ะ ผ่าแล่งกลางอกแหวะออกยังกะไก่ที่ตลาด กลิ่นคาวเลือดคลุ้งออกมาตั้งแต่ไกล สาดกระจายเต็มพื้นซีเมนต์บ้านไม้หลังเก่านั่น เห็นเป็นรอยแถไปเหมือนปลาช่อนถูกทุบหัวก่อนตายคงทรมานน่าดู

นี้มึงเชื่อมั๊ย พริก มะนาว น้ำปลา ยังวางอยู่ข้างศพเลย ” ถึงตอนนี้ผมชักใจคอสั่นๆ มองเห็นเนื้อแห้งย่างไฟในจานนั้นเริ่มพร่อง แกว่ากระพริบตาถี่ๆสองสามครั้ง แยกเขี้ยวพูดต่อ “ พวกชาวบ้านที่ไปพบศพคิดว่ามันคงจะฆ่าปาดคอแล้วแหวกอก ควักเอาเฉพาะตับออกมาแร่สดๆ บีบมะนาวฮวดหย่อนเข้าปากเคี้ยวกรุบกรับแน่ ” ว่าพลางก็หยิบเนื้อเข้าปากเคี้ยว ภาพเริ่มชัด ผมคอเริ่มแข็ง ขนลุกเกรียว พูดต่อว่า “ ตำรวจกับหมอที่ชันสูตร ก็ไปพบชิ้นส่วนที่เป็นตับมนุษย์ลอยอยู่ในถ้วยที่เต็มไปด้วยเลือดเป็นลักษะถูกเฉือนแบบลูกเต๋าชิ้นใหญ่ๆ ” ผมขนลุกเกรียวตั้งแต่หัวจรดเท้า “ ใครหล่ะน้า ” ผมถามแกไปด้วยความรู้สึกยากที่จะบอกเหมือนกัน อึกอัก ๆ แต่ก็อยากรู้

“ มือ มีด เนี้ย ” เสียงเริ่มยานคางเมื่อสุรากลั่นชั้นดี สี่สิบดีกรีพร่องไป

“ มันเป็นช่างไม้ ฝีมือดี รับจ้างสร้างก่อไปเรื่อย เคยเป็นทหารพราน ดู ดู มันก็ปกตินะ ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร เหล้า ยา ก็นาน ๆ ที มันคงจะเพี้ยนอยู่กูว่า แต่ไอ้เพื่อนที่เป็นกับแกล้มของมันนี้สิ ”

“ หืมม์ ” เสียงแหบครางในลำคอของผม ก่อนกลืนน้ำลายลงคอที่กำลังฝืด

“ ใคร ” ผมถามแบบเสียงฟ่าวลม เกือบไม่ได้ยิน

“ ไอ้แสง น้องชายของกำนันตำบลหนองปลาหลด “

“ แสงเหาะ “ น้าชาญ มารสุราตอบมาอีกทีพร้อมกับฉายาของเพื่อนนักดื่มผู้ล่วงลับ “ เมาทีไรขับรถไวปานจะเหาะ กูนึกว่ามันคงจะคอหักตายเพราะรถคว่ำเข้าซักวัน ไม่นึกว่า ” แกหยุด พร้อมกับสีหน้าที่ดูสลดลง “ พูดก็พูดวะ กูเห็นสภาพแล้วก็อดสงสารมันไม่ได้เหมือนกัน ”

แล้วสี่สิบดีกรีเกือบครึ่งแก้วก็หายวาบลงคอของแกอีกที “ ฮ๊ากก !! ” เสียงลากเอาลมมาล้างคอเมื่อแอลกอฮอล์บาดเข้าไป และเหล้าแก้วนั้นก็เหมือนจะไว้อาลัยให้ผู้ตายที่เคยรู้จัก “ ชาวบ้านแถวๆ นั้น เขาก็ว่าเคยได้ยินไอ้อดีตทหารพรานนั่นพูดอยู่เหมือนกัน ว่ามันอยากกินตับไอ้แสงแกล้มเหล้า คงจะวิเศษ เพราะไอ้แสงเหาะมันก็ประเภทขวดเหล้าเดินได้ ตับมันคงจะชุ่มไปด้วยแอลกอฮอล์ ก็นึกว่ามันจะพูดเล่นที่ไหนได้ ตับหวานลอยเลือดเลย ” ผมยังเงียบแต่หัวใจเต้นแรง ฟังแกต่อ “ ไอ้แสงนี้มันก็สมควร หาเพื่อนดื่มไปเรื่อย วันๆ ใครจะกล้าไปกินเหล้ากับมันเมาทุกวัน คงไปชวนไอ้ช่างไม้อดีตทหารพรานนั่งกินเหล้าที่บ้านมันล่ะซิ เลยพบจุดจบแบบสยดสยอง นี่ตำรวจก็กำลังตามหาตัวมันให้ควั่กอยู่ ” น้าชาญเริ่มหนักหัวพูดแบบก้มๆ เงยๆ คงจะเป็นเพราะฤทธิ์สี่สิบดีกรีขวดนี้ ที่แกดวดคนเดียว เพราะผมไม่ได้ดื่มด้วย และแกคงคงล้าจากทั้งงานและภาพอันสยองขวัญทั้งวัน

“ ดึกมากแล้วผมขอตัวไปนอนก่อนนะ “ ผมรีบตัดบทพอได้ยินว่าตำรวจยังจับฆาตกรผู้พิศมัยการบริโภคตับของพวกเดียวกันไม่ได้ทั้งที่แกพยายามจะพูดต่อ ลุกขึ้นกึ่งเดินกึ่งวิ่งหันซ้ายหันขวาเหมือนหมาขี่เรือฝ่าเม็ดฝนออกไปในทันที

รุ่งเช้าเสียงเอะอะโวยวายแว่วมาจากทางบ้านของน้าชาญ ผู้คนมามุงกันแทบจะหมดตำบล วิพากษ์ วิจารณ์กันจอแจ หน้าซีดขวัญเสียไปตามๆ กัน ผมมองเห็นร่างหนึ่งถูกห่อผ้าขาวหามขึ้นรถ รู้สึกว่าจะเป็นรถฉุกเฉินของโรงพยาบาลประจำอำเภอ และร่างที่ถูกหามขึ้นไปก็คือมือเปลนักดื่ม ผู้ที่เคยประจำรถคันนี้นั่นเอง น้าชาญถูกฆ่าแหวกอกเมื่อคืนนี้ และที่สำคัญอวัยวะบางส่วนก็ได้หายไปด้วย พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ตัวคนร้ายอดีตทหารพรานผ่านศึกกับมีดโบวี่เล่มเขื่อง ที่กระท่อมกลางทุ่งนา ก่อนรุ่งอรุณของวันนี้นี่เอง ชาวบ้านพากันสาปแช่งฆาตกรเสียงแว้ดระงมไปหมด ลางคนยกมือไหว้ท่วมหัวเหมือนจะขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ กอดลูกจูงหลานออกจากที่เกิดเหตุโดยไว และล้วนสลดใจต่อชะตากรรมของนักดื่มทั้งคู่ ผมยังงัวเงียมองออกไปนอกหน้าต่างทางเหตุการณ์นั้นก้มลงหยิบมีดปลายแหลมที่เขลอะไปด้วยเลือดสดๆ ขึ้นมาเช็ด ได้แต่บอกกับตัวเองว่า

ตับชุ่มแอลกอฮอล์จิ่มแจ่วนี้ รสชาติมันช่างวิเศษจริง ๆ ขอบอก ระวังไว้ให้ดีนะนักดื่มทั้งหลาย

 



15 กันยายน

© ลิขสิทธิ์ตามกฏหมายโดย มานนท์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

๑๐๐ คำถามสร้างนักเขียน
นวนิยายคุณเขียนได้ด้วยตัวเอง
 

 

ดั่งไฟพิศวาส
นวนิยายรักเร้าอารมณ์
 

 

ดั่งไฟรัก
 

 

2009 free writing

 



๕๐๕ แคนโต้แห่งความรัก

 

 

 

  http://www.forwriter.com . © 2005 All rights reserved.